collaboration ช่วยส่งเสริมองค์กรของคุณได้อย่างไร

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ หลังจากมนุษย์รู้จักการทำกสิกรรม ซึ่งสามารถผลิตอาหารและพลังงานหล่อเลี้ยงคนได้มากขึ้น ทำให้ทุกคนไม่จำเป็นต้องทำอาชีพเดียวกัน ก่อให้เกิด specialist ต่างๆ ที่ทำหน้าที่แตกต่างออกไป มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น สิ่งนั้นได้พัฒนาเป็นสังคมขนาดเล็กๆ หลายๆ กลุ่ม

การกสิกรรมสามารถผลิตอาหารได้มากพอสำหรับทุกคน เมื่อทุกคนไม่ต้องทำอาชีพกสิกรรม จึงเกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นในสังคม (ภาพจาก: bighistoryproject.com)

สังคมเล็กๆ นั้น ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นสังคมขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนมากขึ้น และก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็นอารยธรรมกสิกรรม (ประชากรส่วนใหญ่ไม่ต้องออกล่าหาอาหาร แต่ใช้อาหารที่ผลิตขึ้นโดยกสิกรรม) ซึ่งในยุคนั้น โลกถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน (World Zone) ที่แยกขาดจากกัน แต่ละส่วนมีพัฒนาการเป็นของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยทั้ง 4 ส่วนนั้นได้แก่
  1. Afro-Eurasian
  2. American
  3. Australasia
  4. Pacific

ใน 4 World Zone นี้ ส่วนที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดก็คือ Afro-Eurasian โดยมาจากหลายๆ ปัจจัย ได้แก่การเป็นแผ่นดินขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่ออารยธรรมหลายๆ กลุ่ม ทำให้เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยน (exchange network) ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีข้ามกัน เช่นเทคโนโลยีการทำกระดาษและดินปืน จากจีนไปสู่ยุโรป ทำให้เกิดนวัตกรรมที่ก้าวหน้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับ zone อื่นๆ

เส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อเมืองใหญ่ต่างๆ ใน Afro-Eurasian world zone ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่า zone อื่นๆ (ภาพจาก: bighistoryproject.com)

เมื่อเทคโนโลยีในการสื่อสาร (เช่น การประดิษฐ์โทรสาร) และการคมนาคม (เช่น ความก้าวหน้าทางเทคนิคการต่อเรือและเดินเรือ) ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยให้มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีกันมากขึ้น การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าในยุคก่อน และมนุษย์เองก็ไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีในการสื่อสาร เช่น อินเทอร์เน็ต เพื่อให้การสื่อสารสะดวกมากขึ้น (ซึ่งก็เอื้อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นเช่นกัน)

การสื่อสารและการคมนาคมที่ก้าวหน้า ช่วยเชื่อมโยงผู้คนและไอเดียต่างๆ จากทั่วโลก (ภาพจาก: คลิป How Did the World Become Interconnected? | Big History Project)

ในยุคปัจจุบันที่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่อยู่คนละซีกโลก สามารถเกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที การแลกเปลี่ยนไอเดียเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผู้คนเข้าไปสื่อสารกันในโลกออนไลน์กันมากขึ้น (ทั้งในปริมาณเชิงจำนวนข้อมูล และเชิงเวลา)

งานวิจัยจาก Google แสดงให้เห็นว่าผู้คนใช้เวลาไปกับการสื่อสารผ่านหน้าจอต่างๆ มากขึ้น (ที่มา: The New Multiple-screen World)

ในระหว่างที่บุคลลากรในองค์กรของคุณ สามารถติดต่อกับเพื่อนฝูงและคนรู้จักได้อย่างสะดวกด้วยบัญชีส่วนตัว (เช่น Facebook, Google+, Twitter) แล้วองค์กรของคุณเองมีช่องทาง หรือเครื่องมืออะไรที่จะมารองรับพฤติกรรมการสื่อสารที่หลากหลายนี้ได้ นอกจากอีเมล? คงดีไม่น้อย หากองค์กรพิจารณาในการเตรียมพื้นที่รองรับ ให้บุคคลากรในองค์กรทุกคน สามารถแลกเปลี่ยน พูดคุย แบ่งปันไอเดียระหว่างกันได้อย่างหลากหลาย และอยู่ในรูปแบบที่พวกเขาคุ้นเคย และช่วยสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันได้มากขึ้น ซึ่งก็จะเอื้อให้องค์กรนั้นเกิดนวัตกรรมได้มากขึ้นเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง
สื่อสารภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Google Apps for Work + Chromebox for Meetings

Comments

Popular posts from this blog

ป้องกันอีเมลสวมรอย (Email spoofing) ด้วย SPF, DKIM และ DMARC

แนวทางการใช้ Spreadsheet เป็น Directory ด้วย Google Apps Script

อบรม Google Apps แบบ on demand ด้วย Synergyse