ขยับเพดานเงินเดือนด้วยการเพิ่ม productivity

องค์กรแต่ละแห่งมีเป้าหมายในการดำเนินการต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ องค์กรนั้นต้องมีเงินมาหล่อเลี้ยง เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น

  • ถ้าเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก็ต้องรับเงินบริจาค
  • องค์กรรัฐก็ต้องใช้งบประมาณของประเทศ (ที่ส่วนใหญ่ได้มาจากภาษีอากร)
  • start up ที่ในช่วงแรกยังขาดทุน ก็ต้องมี เงินอัดฉีดจากนักลงทุน (ที่คิดว่า start up จะทำกำไรให้ทีหลัง)
  • องค์กรเอกชน ก็ต้องมีกำไรจากการดำเนินการ

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก็ยังต้องการเงินบริจาคเพื่อมาขับเคลื่อนองค์กร
ขอบคุณภาพจาก Piriya Pholphirul's blog

ค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งขององค์กรก็คือ "เงินเดือน" หรือ "ค่าจ้าง" ที่จ่ายให้พนักงาน ที่เป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ อีกทีหนึ่ง

ในกรณีขององค์กรที่หล่อเลี้ยงด้วยกำไรจากการดำเนินการ เพื่อให้บริษัทยังดำเนินการได้ต่อไป จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะมีเพดาน คือไม่สามารถสูงไปกว่ากำไรที่องค์กรนั้นสามารถทำได้ ซึ่งนั่นก็หมายถึง "เงินเดือน" หรือ "ค่าจ้าง" ก็จะมีเพดานอยู่เช่นกัน เพราะ "เงินเดือน" เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในบริษัท

ขอบคุณภาพจาก Mises Canada 

หากคุณอยากมีรายได้เพิ่ม จะต้องทำอย่างไร? ถ้าตอบตามบริบทในบทความนี้ ก็คือ ให้เพิ่มกำไรของบริษัท เพื่อเพิ่มเพดานเงินเดือนของบริษัท ของแผนก หรือของทีมคุณ

แล้วคุณจะเพิ่มกำไรให้บริษัทได้อย่างไร? คำอธิบายง่ายๆ คือให้เพิ่ม productivity ของตัวเอง, ทีม ไปจนถึงบริษัท

ขอบคุณภาพจาก American Express

การจะเพิ่ม productivity ได้ มีวิธีการคือ พัฒนาทักษะ และ/หรือ ใช้เทคโนโลยี

ลองดูตัวอย่างสมมตินี้นะคับ ฮัจจัง เปิดบริษัทผลิตทาโกะยากิ มีพนักงาน 2 คน แต่ละคนทำทาโกะยากิได้ 10 ชิ้นต่อชั่วโมง ขายได้กำไรชิ้นละ 2 บาท แบ่งกำไรครึ่งหนึ่งมาเป็นทุน อีกครึ่งหนึ่งเป็นค่าจ้าง เท่ากับว่าค่าจ้างสูงสุดที่จะจ่ายให้พนักงานได้ก็คือ 10 บาทต่อชั่วโมง (คิดเป็นเงินเดือนประมาณ 1,600 บาท) ถ้า ฮัจจัง ซื้อเครื่องทำทาโกะยากิ (ลงทุนในเทคโนโลยี) ทำให้พนักงานคนเดิม ผลิตทาโกะยากิจากเดิม 10 ชิ้นต่อชั่วโมง เป็น 100 ชิ้น ค่าจ้างสูงสุดที่พนักงานจะได้รับจะเพิ่มเป็น 100 บาทต่อชั่วโมง (คิดเป็นเงินเดือนประมาณ 16,000 บาท) ส่วนฮัจจังก็ได้เงินทุนมากขึ้น สมมติต่อว่า ฮัจจัง สามารถเพิ่มทักษะของพนักงาน (ลงทุนในการพัฒนาทักษะ) ให้สามารถทำทาโกะยากิขั้นเทพ ที่สามารถขายในราคา premium ได้ ทั้งเงินทุนและเพดานเงินเดือนของพนักงาน ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก

ขอบคุณภาพจาก Onepiece Wikia

จะเห็นว่าทั้งการพัฒนาทักษะ และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ย่อมส่งผลโดยตรงกับ productivity ซึ่ง ทำให้ธุรกิจนั้นๆ มีศักยภาพในการทำกำไรได้มากขึ้น ผลดีก็จะเกิดกับคนในองค์กรนั้นๆ ทั้งเจ้าของบริษัท ผู้บริหาร จนไปถึงพนักงาน

หากคุณคือพนักงาน ให้เพิ่มทักษะที่เป็นประโยชน์กับตนเองและงานที่ทำอยู่
หากคุณผู้บริหารที่อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเพิ่ม productivity ให้กับพนักงาน หรือองค์กร ลองศึกษาเครื่องมือในการทำงานอย่างเช่น Google Apps ไว้เป็นแนวทางได้คับ

เครดิต: บทความนี้ได้แนวคิดส่วนหนึ่งจาก Productivity and Growth: Crash Course Economics #6

disclaimer: ผู้เขียนไม่ได้มีความรู้เรื่องการบริหารใดๆ ทั้งสิ้น และเพื่อให้อธิบายได้ง่าย จึงขอตัดรายละเอียดที่ซับซ้อนปลีกย่อยออกไป คงเหลือไว้แต่หลักการใหญ่ๆ เท่านั้น หากผิดพลาดประการใดสามารถโต้แย้งได้คับ

คำตอบอื่นๆ ที่เป็นไปได้ในการเพิ่มรายได้ก็คือ หางานใหม่ ไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือทำงานเสริม ตรงส่วนนี้ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต (life style) ความถนัด เป้าหมายชีวิต หลายๆ อย่างรวมกัน โดยรวมแล้วถ้าทำแล้วมีความสุข ก็เดินหน้าต่อไปเลยคับ

Comments

Popular posts from this blog

ป้องกันอีเมลสวมรอย (Email spoofing) ด้วย SPF, DKIM และ DMARC

แนวทางการใช้ Spreadsheet เป็น Directory ด้วย Google Apps Script

การเรียกใช้งาน Google Apps Script